สยามโฟน ดอท คอม : ชุมชนผู้ใช้มือถือ
 ทีวีแบบไหน เหมาะสำหรับคุณ เลือกจากความชอบของคุณเอง
 
หน้าแรกคอมมิวนิตี้ » Webboard - กระดานสนทนา มือถือ แท็บเล็ต
ตอบ: 0 / เข้าชม: 2618
ตั้งกระทู้ใหม่ ตอบหัวข้อนี้
Translate this topic to English แสดงความเห็นเฉพาะสมาชิก ทวีตไปบนทวิตเตอร์ แชร์หน้านี้ไปบนเฟสบุคดูกระทู้ก่อนหน้า :: ดูกระทู้ถัดไป
Author
Message
bewate42
Mobile Member
Mobile Member
Year's Star



สมัครเมื่อ: 19 Mar 2018
จังหวัด: กรุงเทพฯ
รายละเอียดสมาชิก - View user's profile
หัวข้อ : ทีวีแบบไหน เหมาะสำหรับคุณ เลือกจากความชอบของคุณเอง
วันที่โพสท์ : 03 Sep 2018 14:23  
ตอบโดยอ้างถึง  

ทีวีแบบไหน เหมาะสำหรับคุณ เลือกจากความชอบของคุณเอง



หลายคนคงสงสัยกันมากมายว่า ทำไมทีวีมันมีหลายแบบจัง ทั้ง Plasma, LCD, LED แล้วมันต่างกันตรงไหน? คำถามเเหล่านี้ พนักงานที่ร้านถูกถามแทบทุกวันค่ะ วันนี้ THISSHOP ขอเอาคำตอบมาโพสต์ให้ชาว THISSHOP ที่ยังไม่ทราบ ได้กระจ่างกันสักที!

ต้องบอกเลยว่าจริงๆ แล้ว ทีวีทุกประเภท มีจุดด้วย จุดเด่น ข้อดี ข้อเสีย ต่างกันไป ไม่มีใครดีกว่ากันหรือด้วยกว่ากัน นี่เป็นสาเหตุว่า ทำไมเมื่อตัวใหม่ออก ตัวเก่าจึงยังไม่ตกยุค ไม่ตกรุ่นค่ะ

เอ๊ะ! แล้วอย่างนี้... เลือกใช้แล้วแบบไหนดีกว่ากันล่ะเนี่ย?? ถ้าให้ แอดมินแนะนำ ก็คงหนีไม่พ้น โทรทัศน์ Sharp LED TV 32 Analogue LC-32LE180M เพราะราคาไม่แพงคุณภาพก็ขั้นเทพ แต่อย่าเพิ่งเชื่อ แิดมินนะค่ะ ลองอ่านบทความนี้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจการเลือกทีวีขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อการใช้งานของคุณค่ะ รวมถึงความชอบส่วนตัวในลักษณะภาพ ความคมชัด ความมีมิติ ของแต่ประเภททีวีด้วย งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าทีวีแต่ละแบบเนี่ย มันแตกต่างกันยังไง

เริ่มจากเจ้า Plasma TV กันก่อนเลยดีกว่า!

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/167159_172383342796891_965988_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeG2epcLKKt12wjGCQgnDQofpDIf_KbD_20nKtgog_6a5Bcm8D46o_Xh1TS_G-uatkejhSdFdJyUiuB9J3KtPVizr5iBL1YM9ugF3KNM7-xnLg&oh=4aa1d6b484b3a002c61dad261bf99d64&oe=5C37512B[/img]

ภายในจอภาพของ Plasma TV มีองค์ประกอบที่เต็มไปด้วย Neon Gas (ก๊าซนีออน ซึ่งแต่ละพิกเซลกำเนิดแสงได้เอง) แสดงภาพโดยการใช้แสงที่เกิดจากการแตกตัวประจุ ionized ของ Neon Gas แล้วแสดงผลของภาพออกมาที่แผงหน้าจอ

Plasma ทีวี จะเน้นทำแต่ ขนาดใหญ่ๆ คือ ตั้งแต่ 42" ขึ้นไป จนถึงขนาด 150" (ของ Panasonic มีจริงๆ ค่ะ!) แต่ก็ใช่ว่าจะหา Plasma TV ที่ขนาดเล็กกว่า 42" ไม่ได้นะคะ LG นี่แหละมีให้คุณแน่ๆ เพราะเค้าเป็นยี่ห้อเดียวในขณะนี้ที่ วางจำหน่าย พลาสม่าทีวี ขนาด 32" อยู่ในตลาดทีวีของโลก!



ข้อดีของ Plasma TV

1. สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดีกว่า เนื่องจากมี Response Time .001 ms จึงเหมาะกับการใช้รับชมภาพยนตร์ Action และการรับชมกีฬาเป็นอย่างมาก

2. อายุการใช้งาน ยาวนานกว่าที่ 100,000 ชั่วโมง (Half Brightness)

3. สามารถแสดงระดับพื้นสีดำได้ดีกว่า

4. มีคอนทราสต์ที่สูงกว่าทำให้เห็นมิติของภาพได้ดีกว่า

5. มุมมองจอภาพที่กว้างกว่า แอลซีดี

6. ให้สีที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ มากกว่า สีออกโทนอุ่น

ข้อเสียของ Plasma TV

1. อาการ Burn-In มีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้าเปิดภาพนิ่งเป็นเวลานานๆ เช่นโลโก้ช่อง 7 หรือโลโก้ True Vision เป็นต้น (ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์)

2. ไม่เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่สว่างสูง เช่นห้องนั่งเล่น หรือกลางแจ้ง

3. หน้ากระจก ทำให้เกิดการสะท้อนเป็นเงาได้

4. กินไฟมากว่าทั้งจากตัวทีวีเอง และการทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นเพราะ Plasma TV มีความร้อน

ออกมาจากตัวเครื่องมากกว่า

ทีนี้เรามาลองดู LCD TV กันบ้างดีกว่าค่ะ

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/36249_172699836098575_4033512_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeFcXegkWJ5KmWcBWhC7sp3zl82zEmWQYMH0EsyLIlAxe990ceKxc_HWkVMKo1Mg1dI3L-9F121NHI_riU7sjwTY60LmJ2WubPYOKJbFXCuYIw&oh=e82ff5e78e89be0b439dcd4627b474ce&oe=5BF1527C[/img]

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/165740_172643556104203_1291493_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeEfA0ODco5cvOMAUwyQv73bDLf7qD1ZWlhDL47c_OZ1qOSQbNkdFnSsWCpB6vbt_JDReJhTL2rM3kh15uhxwdFZxwc3r0AlVBC_PCtjMlZqag&oh=b0dba0a451c9996e80f6cd2da4a598d4&oe=5C305874[/img]

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/165769_172683289433563_1041006_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeFnpUDoUWLEUaqgylxxm64TJz-GI-9j-ty3C07_nwYD_aYu7_K907DgWT7uPI4e71aspR33cHNaTtrPz7YubQI_PGmuroTO2MkHr5s4mwgS_g&oh=f843545ccf4a91aad1d54b079e0a1ee5&oe=5BF9E251[/img]

LCD (Liquid Crystal Display) ใช้หลอดไฟ CCFL หรือ Cold Cathode Fluorescent Lamp ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดผอมคล้ายหลอดกาแฟ เรียงในแนวนอนยาวลงมาเป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว (ลักษณะคล้ายๆ ปีโป้) ทั้ง 3 สีแดง น้ำเงิน เขียว หยอดเอาไว้ระหว่างช่องกระจกซึ่งจะถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ทำให้โมเลกุลของ Liquid Crystal ในส่วนของจุดภาพ พิกเซล (pixel) นั้นหมุนเป็นมุม 90 องศา เพื่อให้แสงจากหลอด CCFL Backlight ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสัน จุดสว่าง และจุดมืด (แต่ละพิกเซลไม่สามารถกำเนิดแสงได้เอง ซึ่งต่างจาก Plasma) หากเรากล่าวว่าเทคนิคของ LCD คือการบิดตัวโมเลกุล แล้วเอาเงาของมันมาใช้งานก็ถือว่าถูกต้องอย่างที่สุด

LCD ทีวีจะมีหลายขนาดมากๆ ไล่ตั้งแต่ 15" ไปจนถึง 108" โน่น! ซึ่งเป็นของ Sharp เค้าผลิต และลูกค้ารายแรกที่ซื้อเจ้าจอยักษ์นี้ไปเป็นคนไทยซะด้วย!

ข้อดีของ LCD TV

1. ให้สีที่สว่างสดใส คมชัดมากกกก เหมาะกับการแสดงสีกราฟฟิก เช่น การ์ตูน, สารคดี, และละคร

2. เหมาะกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์ (และเพื่อคุณภาพที่เยี่ยมที่สุด แนะนำให้เชื่อมต่อด้วยสาย HDMI ไม่ใช่ VGA นะคะ)

3. เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่สว่างสูง เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก หรือเพื่อใช้ไปติดตั้งในร้านค้าหรือร้านอาหาร LCD TB ก็ถือว่าเหมาะสมกว่าค่ะ

4. ต่างจาก Plasma TV คือ อาการ Burn-In จะไม่โอกาสไม่เกิดขึ้นเลย

5. กินไฟน้อยกว่า Plasma TV

ข้อเสียของ LCD TV

1. ไม่สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้ดีเท่า Plasma TV เนื่องจากมี Response Time เร็วที่สุดในขณะนี้เพียงแค่ 2ms เท่านั้น

2. มีความเพี้ยนของสีเกิดขึ้นโดยเฉพาะสีแดง, โทนสีผิว, สีท้องฟ้า, ทะเล

3. ไม่สามารถแสดงสีดำสนิทได้เนื่องจาก Backlight เปิดตลอดเวลาในขณะที่เครื่องทำงาน ทำให้มีแสงขาวเล็ดลอดออกไปในฉากที่เป็นสีดำ จึงทำให้ฉากสีดำเป็น "ดำสว่าง" ไม่ใช่ "ดำมืด" อย่างที่ควรเป็น (สังเกตได้จากตอนที่จอเปิดไว้แต่ไม่ได้ฉายภาพอะไรเลย จะเห็นจอเป็นที่ "เทาเข้ม" ต่างจาก LED TV ที่ดำสนิท ซึ่งจะมีให้อ่านต่อไปด้านล่างนี้ค่ะ)

เอาล่ะ! ประเภทสุดท้ายของบทความนี้ที่อยากชี้แจงคือ LED TV ซึ่งเพิ่งออกจำหน่ายสู่ตลาดเมื่อปี 2009 นี้เอง

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/167498_173113682723857_8359804_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeFFnDtDPfeNWcAZqbYUfQiyX8EEEbmCb_k5y7jzMFqO3e8GpZSrHFWX-UiqoYKBy12A9SHWCu1Nzv5LajxL0m_YOGpFNbl1SVtO4XX0nGA8wQ&oh=73e5431a9c41250dac76cffb82e00225&oe=5C2599EC[/img]

LED TV เป็นทีวีที่กระจายแสงด้วยหลอด LED (Light Emitting Diode) เป็นหลอดไฟขนาด “จิ๋วแต่แจ๋ว” โดยมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สีทั้งสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสีนต่างๆ (จะสังเกตเห็นได้ว่า หลักการทำงานของเจ้าจอ LCD และ LED นั้นเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนตัวกำเนิดแสงจากหลอก CCFL เป็นหลอด LED เท่านั้นเอง นี่คือสาเหตว่าทำไมบางบริษัทจึงเรียกเจ้าจอตัวนี้ว่า "LCD LED ทีวี")

และข้อมูลที่หลายคนไม่ค่อยทราบ คือ จอ LED ไม่ได้มีแบบเดียว! แต่จอ LED มีทั้ง 3 แบบด้วยกัน ขึ้นอยู่กันประเภทหลอด LED ในแผงทีวีค่ะ เรามาดูกันว่า LED TV มีประเภทใดบ้าง

1. EDGE LED : EDGE ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าหลอดอยู่ที่ “ขอบ” โดยหลอด LED จะถูกวางไว้ตามขอบบน ล่าง ซ้าย ขวา ของทีวีและคอยยิงแสงเข้ามาตรงกลางจอทีวี สำหรับข้อดีก็มีตรงที่ “ความบาง” ที่บางกว่า LCD TV ทั่วๆ ไปหลายเท่า เพราะหลอด LED อยู่แค่ด้านข้าง ส่วนอีกเรื่องที่ดีของ Edge LED คือ ประหยัดไฟ เพราะใช้จำนวน อย่างไรก็ตามข้อเสียหลักๆ เมื่อเทียบกับ LED แบบ Full LED ก็คือ ไม่สามารถทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิดหลอดไฟเป็นกลุ่มๆ ได้เนื่องจากหลอดไฟอยู่ที่ขอบนั่นเอง

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/168139_173121079389784_4212911_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeGdmhdG_o8qye2jSHI75Lf6CDynJpB9usv1BcL6xrNwdTsKyFtAV4AhAZUpkdzIxeBUVTQUV4FnuGwu5zqsmo7jbJwn7qQrEUEkcF86j5tWNA&oh=dd830fc2a605b3354ac05af35aecfba5&oe=5BFB430F[/img]

สำหรับ EDGE LED TV ได้แก่ Samsung LED TV ทุกรุ่น, Sony NX700 NX800, LG LE5500 LE7500 ซึ่งถ้าเป็นตัวที่ราคาแพงหน่อยก็จะทำ Local Dimming ได้แบบรูปข้างบนด้วย

2. Full LED : สำหรับแบบที่ 2 เราเรียกว่า Full LED (Direct LED) เพราะว่ามีหลอดไฟอยู่ด้านหลังทั้งแผง คอยให้กำเนิดแสงนั่นเอง ข้อดีของ Full LED หรือบางค่ายก็เรียก Direct LED ก็คือ ความสามารถในการทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิด หลอด LED เป็นกลุ่มๆ หรือเฉพาะจุดนั้นเองอย่างอิสระ เช่นฉากๆ นึงด้านซ้ายเป็นสีดำ ด้านขวาเป็นสีขาว หลอด LED Backlight บริเวณด้านซ้ายก็จะปิดเพื่อทำให้สีดำบริเวณด้านซ้ายดำสนิท และกลุ่ม LED Backlight ด้านขวาจะเปิดเพื่อให้แสงสามารถลอดออกมาเป็นสีขาว ในขณะที่ CCFL และ EDGE LED ไม่สามารถทำได้ ส่วนข้อเสีย คือ ตัวเครื่องจะหนา เนื่องจากต้องใช้หลอดไฟ LED หลายตัวไว้ด้านหลังของตัวจอ ซึ่งทำให้ทีวีมีความหนาประมาณ LCD TV ทั่วๆ ไปค่ะ

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/165205_173123882722837_3479704_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeGJQa6dKl6yV602D4C4OVxc7Xi1ZYDyaWsO5lIo7NDqm8dt8XqjtIWZE_c7BAE5lYpN8QB4Vca_DB6JqkAoQ3dGENmSX_cPuaODcPPYnnzhzg&oh=42a5244f8cf394399c94619a9101cd39&oe=5BF0987F[/img]

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/162919_173124206056138_4925292_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeFVnBrJb422Z7dQBqd8xj2C5Hd-s5suaj9YN2WwN__DPjV6LfNeQA-i32dgXZ7_1cPTF0mtDkMQvUfbHL1May-Y5MMULopff9cY4teo-CckUA&oh=b3e06f24e4b20bedc6b2c547333a5ee5&oe=5C30BDEE[/img]

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ LG รุ่น LE8500 รุ่นนี้ใช้ Full LED Backlight รวมถึง Philips รุ่น PFL9704 นี้ก็ใช้ Full LED Backlight เช่นกัน และรวมถึงรุ่นล่าสุดอย่าง LG LX9500 ตัวนี้เป็น Full LED 3 มิติด้วย แหล่มโคตร !!!

3. RGB LED : แบบสุดท้ายคือ RGB LED TV โดยหลักการให้กำเนิดแสงก็คล้ายๆ กับ Full LED เพียงแต่ว่าแทนที่จะใช้หลอด LED สีขาวสีเดียวในการกำเนิดแสง เจ้า RGB LED TV ใช้หลอด LED แม่สี 3 สี (แดง R, เขียว G, น้ำเงิน B) ในการให้กำเนิดแสงแทน ซึ่งหลอดไฟ 3 สีนี้แยกการทำงานกันอย่างอิสระ ส่งผลให้การสร้างสีดีขึ้น สดบาดตามากขึ้น (Vivid) เพราะแสงต้นขั้วนั้นออกมาเป็นแม่สีตั้งแต่แรก สามารถในการไล่เฉดสีจนมีมิติของภาพก็ดีขึ้น ตามหลักการแล้ว RGB LED ถือว่าเป็น LED TV ที่มีต้นทุนที่สูงกว่า และความสามาถในการทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิดไฟเป็นกลุ่มๆอย่างอิสระเพื่อสีดำที่ดำสนิทและคอนทราสต์ที่มากขึ้นก็มีเช่นเดียวกับ Full LED แบบข้อที่ 2 ส่วนข้อเสียที่เห็นหลักๆ ก็คือระดับราคาที่ค่อนข้างสูงมาก และถึงสีจะสดมากขึ้น แต่ก็ไม่รับประกันว่าสีจะไม่เพี้ยนนะคะ โดย Sony เป็นยี่ห้อแรกที่ใช้ RGB LED แต่รุ่นใหม่ๆ ที่ผลิตมาก็เปลี่ยนเป็น Full LED เกือบทุกรุ่นแล้วค่ะ

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/163164_173139722721253_6333616_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeEj9kuRdrjOX0-DIqxuCIU7ILk7jlq98SPM3P_EopTfroU17wxB5Lw0K5pfg_-ZzzH_0BvhK-hkh64mUPbnhZT26HqJ_rEngo43quM0-UPTzw&oh=4edc93c045be77bd597040aabb64d757&oe=5BF8A018[/img]

ตัวอย่างทีวีที่ใช้ RGB ก็คือ Sony X450 ขนาด 46” 55” 70” และ Sharp XS1 ขนาด 65”
ลองมาดูภาพเปรียบเทียบความแตกต่างของภาพมะเขือเทศที่ฉายโดยหลอด LED แต่ละประเภทดูค่ะ ^_^

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/165287_173141079387784_757170_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeHYwZNcmJu7acvVy2Vj7_L6upBBCHJAxY9jvOdIOVMVpfD8Ub54jhrWI2cVuJLjGYuupyDJ_clJrKSApJ7KN0F9JpfAluN9x6pJOeJkIfuShQ&oh=b17c991ab8f92765c1fdfeb7b3c9ba2f&oe=5BF96849[/img]

[img]https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/164124_173144669387425_6370428_n.jpg?_nc_cat=0&_nc_eui2=AeE3Jhcrr_kQ-rgS7VFpVmmgdBg6nuquVMTWnfOI8wUKrJyKSvSjYrZpbVr8EAXPw5FQ8x1uys8J6r_K7tgT1zkHajAUblGRDb0lgOiPP5wkyA&oh=fd136ba336dc4f9180bde95c509a6328&oe=5BF82201[/img]

ข้อดีของ LED TV

1. ประหยัดไฟกว่า ด้วยความที่เป็นหลอดไฟ “จิ๋วแต่แจ๋ว” โดยความสามารถของเจ้า LED นั้นสามารถให้ “แสงสว่างได้ดีกว่าโดยที่ใช้ไฟน้อยกว่า” การกินไฟของ LED TV ขนาด 55" จะกินไฟเท่ากันกับ LCD TV ขนาด 32" ในการเปิดเท่ากันค่ะ (ข้อมูลจาก Samsung)

2. ด้วยขนาดหลอดที่เล็กกว่า ทำให้จอ LED TV มีความบางกว่า Plasma TV และ LCD TV ทั่วๆ ไปอย่างมหาศาล โดยความบางที่บางที่สุดอยู่ที่ 3มม. เท่านั้น! (Series C9000 ของ Samsung และยังไม่นับรวม OLED TV ซึ่งบางกว่านะคะ) และให้น้ำหนักที่เบากว่าค่ะ

3. สีสันสดสวยคมชัด เพราะให้สีดำที่ดำสนิทมาก และให้สีขาวที่ขาวสว่างมาก

4. ให้ภาพที่ดูมีมิติมากกว่า LCD TV เหมาะกับการดูหนัง Drama มากขึ้น

5. แสดงผลภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้ดีกว่า LCD TV ด้วยเทคโนโลยี 240Hz (แต่ยังดีไม่เท่า Plasma TV นะคะ)

6. เป็นมิตรกับธรรมชาติ เนื่องจากไม่ได้ใช้ CCFL ที่มีสารปรอท (สารพิษอันตราย)

7. มีอายุการใช้งานที่นานกว่าจอ LCD โดยทั่วไปจะนานกว่าประมาณ 2 เท่า

ขอแนะนำตัวนี้เลย โทรทัศน์ Sharp LED TV 32 Analogue LC-32LE180M



ข้อเสียของ LED TV

1. มีระดับราคาที่สูงอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ (ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า “คุ้มค่าหรือเปล่า” แต่แอดมินเลือกนะ เพราะให้ความแตกต่างในการรับชมที่ชัดเจน กับการลงทุนในช่วงนี้ ลองคิดอย่างนี้ค่ะ ถึงตอนนี้ค่าตัวของ LED TV จะแพงกว่า LCD TV แต่ LED TV ก็มีอัตราการกินไฟน้อยกว่า LCD TV อยู่ประมาณ 40-50% เลยทีเดียว) แค่นี้ก็คุ้มแล้ว สนใจสั่งซื้อ LED TV คลิกเลย https://www.thishop.com/detail/product?goodsId=112793935940096000

อ่านมาตั้งนาน สรุปแล้วเลือกซื้อตัวไหนดีกว่ากันล่ะ ช่วยแนะนำหน่อยสิ ???

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นแล้วว่า จอทีวีแต่ละประเภท ก็มีข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกันออกไปนะคะ รวมถึงระดับราคาที่สูงขึ้นไปตามความล้ำความเทพของเทคโนโลยี ทั้งนี้เรื่อง “ความคุ้มค่า” ในการเลือกซื้อนั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณมากกว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หลายท่านคิดว่า "ซื้อ LCD TV ธรรมดาก็พอแล้ว ภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่า LED TV ซักเท่าไหร่ เก็บเงินไปซื้ออย่างอื่นได้อีก" หรือบางท่านเห็นว่า "LED TV ประหยัดไฟกว่าในระยะยาว น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า" หรือ "บางท่านต้องการทีวีที่ให้คุณภาพระดับเทพที่สุด โดยไม่เกี่ยงเรื่องราคาก็อาจจะอัพไปเล่น RGB LED TV ตัวท็อปเลย ซื้อทีเดียว จ่ายทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินเสียทองหลายรอบ"

อย่างที่บอกค่ะว่า การตัดสินใจซื้อขึ้นอยู่กับ "ความเห็นส่วนบุคคล" รวมถึงเรื่องความคุ้มค่า งบประมาณ ความชอบในยี่ห้อ ความชอบในดีไซน์ ฯลฯ แล้วคุณล่ะคะ ชอบทีวีแบบไหน? share คำตอบไว้ได้เลยค่า แต่แอดมินยังไงก็เชียร์ โทรทัศน์ Sharp LED TV 32 Analogue LC-32LE180M สาเหตุเพราะราคาไม่ได้แรงมากแถมประหยัดไปอีก ยังไงแอดมินก็ว่าคุ้มแต่แล้วแต่ใครจะเลือกนะค่ะ ไม่ได้บังคับแค่แนะนำค่ะ

แสดงผู้ตอบย้อนหลัง:   
หน้าแรกคอมมิวนิตี้ » Webboard - กระดานสนทนา มือถือ แท็บเล็ต
ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบหัวข้อนี้
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1   

 
ไปยังหัวข้อ: